Search:
HomeSearchInviteTrip&TrickEntertainmentUpdate news Signup Login
 

Dec. 25, 2007 10:06 - 4 comments
ฺBirthday นะไอ้แบงค์ แก่แล้วนะมึง ขอให้รวยๆ คิดอะไรสมปรารถนาทุกอย่าง

Merry'x mas สมาชิกทุกคนด้วยคับ

Dec. 21, 2007 11:47 - 1 comments
1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้น

4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ

5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"

10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด
รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน


15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขามิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา

16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจาก ความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม
จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้มในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ....


Dec. 17, 2007 12:36 - 3 comments - [ post comment ]
อาจารย์หมออุดมศิลป์ ศรีแสงนาม...เคยเล่าให้พังว่า...
แอนแลนเดอร์...เป็นเจ้าของคอลัมน์ตอบปัญหาชีวิตที่ดังที่สุดคนหนึ่งในโลก...
เขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์... ชิคาโก ทรีบูน... ออกจำหน่ายใน ชิคาโก อเมริกา...
หนังสือพิมพ์ทั่วโลก ก๊อปปี้คอลัมน์ของเธอไปลงกว่า 15,000 ฉบับ...ตั้งแต่ รัสเซีย ยันอาเยนติน่า... ทั่วทุกทวีป...ยุโรป...อเมริกาใต้...เอเชีย...เป็นคอลัมน์ที่มีคนอ่านมากที่สุดในโลก...
มีจดหมายฉบับหนึ่งลงชื่อว่า... "An american housewife"...หรือ... "แม่บ้านชาวอเมริกัน"
จดหมายเขียนถามว่า...
มีใครเหมือนฉัน...บ้างไหมหนอ...?
เธอเริ่มต้นในจดหมายว่า... "Dear Ann"
ฉันเยนะ...ก่อนแต่งงาน มีความสุขกับแฟนมาก...
เวลาอยู่ใกล้ชิดกันเนี่ยมีความสุขเหลือเกิน...เขากระซิบข้างหูฉัน...พูดเพราะๆ กับฉัน... กอดจูบ...ลูบไล้ฉัน...
หลังจากนั้นเราก็แต่งงานกัน...ช่วงแรกนั้นมีความสุขเหลือเกิน...
ถึงขณะนี้...เราแต่งงานกันมาแล้ว 6-7 ปี แล้ว
แอน...! เดี๋ยวนี้ฉันไม่มีความสุขเลย...
เดี๋ยวนี้ Sex เหมือนกับเครื่องจักร...คือวันไหนที่เขาต้องการ...เขาก็รีบๆ แป๊ปเดียว...
alt   รู้เลยว่า...วินาทีแรกมือขวาเขาจะโอบเอวมือซ้ายจะโอบไหล่... วินาทีถัดมาจะจูบที่ตรงไหน...สัมผัสฉันตรงไหน...และเพียงอีก ไม่กี่วินาทีข้างหน้า...เขาก็จะเข้าไปในร่างฉัน...แล้วก็ขยับตัวเข้าออก... เดี๋ยวเดียวเขาก็เสร็จกิจ แล้วเขาก็นอนหันข้างให้ฉัน... แม่บ้านคนนี้บอกว่า...
"แอน...ฉันไม่เคยมีความสุขเลย..."
ฉันคิดถึงวันคืนเก่าๆ
เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องมี Sex กับฉันก็ได้
ฉันไม่อยากมี Sex กับเขาอีกแล้ว
ขอเพียงให้เขามาพูดกับฉันเพราะๆ
โอบไหล่ฉันบ้าง เพียงเท่านั้น
ฉันก็มีความสุขซะมากกว่ามี Sex กับเขาเสียอีก แล้วแม่บ้านคนนี้ก็เขียนส่งท้ายว่า...
"มีใครเหมือนฉันบ้างไหมหนอ...?"
และลงท้ายจดหมายว่า... "An american housewife"
แอนเป็นคนฉลาดมาก... เวลาจดหมายฉบับไหนเป็นคำตอบที่ยาก...บางทีเธอจะไม่ตอบ...
วิธีไม่ตอบ...ของเธอที่ชาญฉลาดคือ...เล่นย้อนคำถาม แอนเขียนในช่องที่ควรจะเป็นคำตอบของเธอว่า...
"มีใครเหมือนฉันบ้างไหมหนอ...?"
แอนไม่นึกว่า จดหมายฉบับนี้...คำตอบแบบนี้...จะสร้างปรากฏการณ์ทางสังคมศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่...
เพียงเช้าของวันรุ่งขึ้นเท่านั้นเอง... ตึกระฟ้าของชิคาโก้คือ "ตึกเซียร์" ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก...
มีคนทิ้งป้ายผ้า ผืนเบ้อเริ่ม...ยาว.ว.ว.ว.มาก...ลงมาจากตึกระฟ้า...เขียนตัวหนังสือเพียงสองคำว่า...
"Yes...Ann."
จำได้ไหมครับว่า...? แอนตอบว่า "มีใครเหมือนฉันบ้างไหมหนอ...?"
รุ่งขึ้นมีคนทิ้งป้ายผ้าข้อความว่า "Yes...Ann."
หลังจากนั้นเพียงอาทิตย์เดียว...มีป้ายผ้าแบบนี้เต็มเมืองชิคาโก้เลย...จดหมาย...โพสการ์ด... และโทรเลข...หลั่งไหลมายัง Office ของแอน แลนเดอร์ เพียงอาทิตย์แรก อาทิตย์เดียว เป็นแสนๆ ฉบับ...ไม่นับโทรศัพท์...
ตลอดเวลาได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่...หลังจากเรื่องนี้จบประมาณ 3-4 เดือน... แอนได้รับจดหมายทั้งหมดประมาณเจ็ดแสนฉบับ...จากทั่วโลก
เป็นการจุดประกายให้เกิดการโต้วาที อย่างสาหัสสากรรจ์...ทั้งวิทยุ...โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์...โต้กันอยู่เรื่องนี้...
"พูดถึงความไร้ความสุขทางเพศของแม่บ้าน"
เป็นการจุดประกายให้แม่บ้านทั้งหลาย...ที่ไม่กล้าพูดไม่กล้าจาในเรื่องนี้...
กล้าออกมาพูดว่า... "ไม่พอใจบทรักของสามี" ซึ่งเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง... หนักขนาดไหน...?
บางคนบรรยายว่า...เหมือนกับอ่านหนังสือเล่มเดียว... อ่านเล่มนี้มา 30 ปี
รู้เลยว่า...เปิดหน้าแรก...ย่อหน้าแรกจะเป็นยังไง...เดินเรื่องและจบยังไง... เบื่อจนไม่รู้จะเบื่อยังไง... แต่ไม่รู้จะพูดกับใคร...บอกกับใครไม่ได้...
และนี่คือสิ่งที่เราเพิ่งค้นพบระยะหลังนี้เองว่า...มีภรรยาและมีแม่บ้านทั้งในอเมริกา และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ที่ไม่เคยมีความสุขสุดยอดหรือ Orgasm มากกว่า 40%...
ตกใจเลยนะครับ...พวกนักวิชาการไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ยังไง...?
ในเมื่อ Sex เป็นเรื่องที่คนปฏิบัติกันเป็นประจำเยอะแยะ...ใฝ่แสวงหากัน... น่าจะเป็นเรื่องที่ให้ความสุขแก่ภรรยาได้...
แต่ในความเป็นจริง...หลังแต่งงานแล้วพบว่า มากกว่า 40% ของแม่บ้านอเมริกา...ไม่มี Orgasm
สามีเห็นแก่ตัว
วันนี้เรายังต้องมาพูดกันถึงจุดนี้...เพราะจุดนี้เป็นจุดที่ผู้คนไม่ค่อยพูดถึงกัน...
เพราะฝ่ายเจ้าตัวเอง คือฝ่ายแม่บ้าน...ก็ไม่รู้จะไปร้องแร่แห่กระเฌอให้ใครรู้ เพราะว่าอายขายหน้าเขา...บางคนแม้แต่แม่ของตัวเองยังไม่กล้าเล่าให้ฟัง...
เพราะเรื่องพรรณนี้ถ้าเล่าไปก็มักกลัวว่า จะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนแรดมาก.ก.ก.ก...
เพราะฉะนั้นก็ได้แต่กัดฟันอดทนไป...
ผู้ชายเมื่อมีความต้องการ ก็จะรีบๆ ทำ... เอาแต่ใจ...เอาแต่ได้ของเขา... พอสมใจเสร็จกิจแล้วเขาก็หลับ...กรนอย่างสบายใจ...
ไม่เคยคำนึงว่าผู้หญิงจะรู้สึกยังไง...
พอสามีหลับก็แอบร้องไห้ในห้องน้ำ...เพราะกลัวสามีตื่น...
ขนาดร้องไห้ยังกลัวสามีตื่น...ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำให้เราต้องร้องไห้แท้ๆ...
คำพูดของคนไข้ผู้หญิงที่มาปรึกษาหมอส่วนใหญ่...จะพูดเหมือนกันหมดคือ... สามีเป็นคนเห็นแก่ตัว...
ไม่ใช่เรื่องเงิน เรื่องทอง...หรือเรื่องอื่นๆ...สามีจำนวนมากดี้ดี...
เป็นพ่อที่ดี...เป็นสามีที่ดี...ดีในทุกเรื่อง...เป็นคนทำงานในวิชาชีพของตัวเองได้ดี... แต่บทบาทบนเตียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่เขาไม่รู้จะร้องกับใคร...? จะบอกกับใครได้ว่า... "สามีเห็นแก่ตัวในเรื่องนี้"
ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ทั้งกายและใจ
คุณผู้หญิงจะเกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน...ทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก... เมื่อไม่ถึงจุดสุดยอด ขณะมีเพศสัมพันธ์...
ขณะที่คุณผู้หญิงเกิดอารมณ์เพศ ขณะมีเพศสัมพันธ์...เลือดในร่างกายจะถูกฉีด ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศ...ทั้งภายในและภายนอกจำนวนมาก... รวมถึงเต้านมและมดลูก... เป็นผลให้อวัยวะเพศทั้งหมดขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็น 2-3 เท่าของขนาดปกติ...
มีอาการแข็งตัวและร้อน...มีการเกร็งตัวและบีบรัดอย่างต่อเนื่อง...
ถ้าคุณผู้หญิงถึงจุดสุดยอด... อาการเหล่านี้จะหายไป...ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 5-30 นาที
คุณจะรู้สึกโล่ง โปร่ง สบาย มีความสุขมากที่สุดในชีวิต...
แต่ถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด...อาการเหล่านี้จะคงอยู่อย่างนั้น นานมาก...นานเป็นวันๆ ไม่ยอมสลายตัว...
ปัญหาที่เกิดตามมาคือ... เกิดการเจ็บปวดบริเวณอวัยวะเพศ ส่วนที่เลือดถูกส่งไปหล่อเลี้ยง... เกิดความเจ็บปวด ตึงกล้ามเนื้อ ร้อนและเครียด...
และถ้าเป็นบ่อยๆ จะเกิดอาการนอนไม่หลับ...วิตกกังวล...ปวดหัวเรื้อรัง...ปวดท้องน้อยเรื้อรัง... เป็นโรคซึมเศร้า...เป็นโรคประสาท...ต้องกินยานอนหลับเป็นประจำ...จนติด
กลายเป็นคนขี้หงุดหงิด...โมโหง่าย...เจ้าอารมณ์...จุกจิกจู้จี้ขี้บ่น...ขี้หึง และไม่มีเหตุผล... บุคลิกภาพเปลี่ยนไป...
ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วตกอยู่ในภาวะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก...จนผู้ชายเหมาเอาว่า ผู้หญิงทุกคนเมื่อแต่งงานแล้ว...จะต้องเป็นอย่างนี้...แถมนำเรื่องนี้ไปเล่าต่อให้เพื่อนๆ ในวงเหล้าฟังว่า...
เมียกู...จุกจิก...จู้จี้...ขี้บ่น...แก่ง่าย...ตายยาก...พูดมาก...กินจุ...หน้าเหมือนหมู...ดุเหมือนเสือ...
แล้วหัวร่อเอิ๊กอ๊าก...อย่างสนุกสนาน...ไม่ได้สำนึกเลยว่า...ปัญหาที่คุณนำมาเล่านั้น... มีสาเหตุมาจากความบกพร่อง...ความไม่ประสาเรื่องเพศ...ความไม่ใฝ่รู้...และความไม่รับผิดชอบของตัวคุณเอง...
ผู้หญิงจึงขนานนามสัตว์เลือดอุ่น...นิสัยเอาแต่ใจตนเอง...และสมองไม่แข็งแรง ประเภทนี้ว่าพวก... "เห็นแก่ตัว"
ในกลุ่มนี้สงสัยมีชื่อผมร่วมอยู่ด้วย...ทั้งที่ผมไม่ค่อยเต็มใจ...
สถิติที่น่าสนใจ
การสำรวจหญิงที่แต่งงานแล้วพบว่า
- 40% ถึงจุดสุดยอดขณะร่วมเพศ
- 60% ไม่ถึงจุดสุดยอด...และจำนวนมากที่ไม่เคย รู้จักว่าความสุขสุดยอดเป็นอย่างไร
สาเหตุที่ผู้หญิงไม่ถึงจุดสุดยอด
1. เล้าโลมไม่เพียงพอ...ไม่ตรงจุดสำคัญ
2. ร่วมเพศไม่นานพอ
3. ฝ่ายหญิงมีสภาพจิตใจไม่ปกติ...วิตก...กังวล...หวาดกลัว
4. สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม
5. ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นโรคหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์
- ฝ่ายชายเป็นโรคหลั่งเร็ว
- ฝ่ายหญิงเป็นโรคกามตายด้าน
ต้นเหตุเกิดจากฝ่ายชาย...มีประสบการณ์และความรู้เรื่องเพศไม่เพียงพอ... และไม่พยายามศึกษาเพิ่มเติม
ในขณะที่ฝ่ายหญิง...ก็ไม่เคยเรียนรู้...ไม่ศึกษาจากตำรา...จึงไม่สามารถให้คำปรึกษา... หรือช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้...
ประสบการณ์พยาบาลสาว
มีเรื่องเล่าว่าผู้หญิงคนหนึ่ง...เป็นพยาบาลทำงานในโรงพยาบาล...รักนวลสงวนตัว... รักษาพรหมจรรย์สุดชีวิต...จนถึงวันแต่งงาน...
เมื่อทำพิธีส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ...
เจ้าบ่าวซึ่งรอวันนี้ด้วยใจจดใจจ่อมาตลอดชีวิต...ไม่จำเป็นต้องรีรออะไรอีกแล้ว... วินาทีทองอย่างนี้ มีไม่กี่ครั้งในชีวิต...
ประเวณีสัมพันธ์เริ่มขึ้นด้วยความตื่นเต้น...เร้าใจ...และจินตนาการที่ชื่นมื่นของทั้งสองฝ่าย...
เหตุการณ์ประหลาดได้อุบัติขึ้น...บนความตื่นตระหนกของทั้งคู่...โดยไม่มีใครเชื้อเชิญ...
ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังพาสมุนคู่ชีพ...ตะลุยฝ่าวงล้อมของฝ่ายหญิงอยู่นั้น...
ยิ่งลุย...ยิ่งเฉย...ยิ่งลุย...ยิ่งชา...
ในที่สุดก็หมดความรู้สึก...Mission imposible...ถูกยกเลิกกลางคัน...
ชีวิตคู่วันแรกล้มเหลวโดยสิ้นเชิง...
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความงุนงง...สงสัย...ให้แก่ฝ่ายชายเป็นที่สุด...
ตามหลักสูตร สปช.ที่ร่ำเรียนมา...ยิ่งบุกตะลุย...จะยิ่งมัน...ยิ่งเสียว...ลุยถี่เท่าไร... รุนแรงเท่าไร...ความหฤหรรษ์ก็ควรจะเพิ่มเป็นทวีคูณ...แต่นี่กลับเป็นตรงกันข้าม
อดรนทนไม่ไหว...จึงจับเข่าคุยกับภรรยา หาสาเหตุของรักล่มครั้งนี้...
ในที่สุดภรรยามาสารภาพว่า...
เธอวิตก...กังวล...หวาดกลัว...เพราะได้รับการบอกเล่าว่า...วันแรกของการแต่งงาน จะเป็นวันที่เธอต้องเจ็บปวดที่สุด...
เพื่อความไม่ประมาทเธอจึงนำครีมยาชา...จากโรงพยาบาลมาทาช่องคลอด เพื่อกันเจ็บ...
แต่เธอลืมคิดไปว่า...สมุนคู่ชีพของสามี...จะพลอยได้รับอานิสสงส์ของยาชาอันนั้นด้วย...
การแก้ปัญหา
ผลการสำรวจพบว่า...สาเหตุที่ผู้หญิงไม่ถึงจุดสุดยอด...ส่วนใหญ่เกิดจาก ความเป็นคนหัวไวของคุณผู้ชาย... พอเกิดอารมณ์ปุ๊บ...ก็คว้าเทียนระเบิดถ้ำทันที...
ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหญิง...ได้มีโอกาสเตรียมตัว...เตรียมใจ...เตรียมกาย... และตั้งหลักเพื่อเตรียมการต้อนรับเลย...
โดยธรรมชาติ...อวัยวะเพศชายเมื่อแข็งตัวปุ๊บ...สามารถร่วมเพศได้ทันที... การแข็งตัวใช้เวลาเพียง 10-20 วินาทีเท่านั้น
แต่อวัยวะเพศหญิง...ต้องรอให้มีหล่อลื่นมาเลี้ยงให้ทั่วบริเวณจตุรัสรักเสียก่อน... แขกผู้มาเยือนจึงจะสามารถเข้าไปได้...ต้องใช้เวลาในการเล้าโลม 10-20 นาที
การรีบร้อนร่วมรักในขณะที่ฝ่ายหญิงยังไม่พร้อม...จะทำให้ภายในถ้ำคูหาสวรรค์ฝืด... สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานให้ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก...และจำนวนไม่น้อยที่เกลียด และกลัวการร่วมเพศไปเลย...
ผู้เชี่ยวชาญ จึงช่วยกันค้นหาวิธี...สร้างความสุขสุดยอดให้กับคู่สามีภรรยาทั้งหลาย... ให้ได้ขึ้นสวรรค์พร้อมกันอย่างมีความสุข...โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติไว้ 5 ขั้นตอน... ให้ชื่อสูตรรัก แผนรบนี้ว่า... "ยุทธการ กามเทพวิถี" ...มีขั้นตอนเรียงตามลำดับดังนี้

  ชักชวนเริงสวาท
  เร้าเส้นประสาทเสียก่อน
  พาจรสู่ความสุข
  กระตุกขึ้นสวรรค์
  ฝากฝันก่อนพลันจาก
หลายท่านถามว่า ทำไมต้องกระตุกขึ้นสู่สวรรค์ด้วย...? ดึงขึ้นสวรรค์เฉยๆ ไม่ได้หรือ...?
ไม่ได้หรอกครับ...เพราะคุณผู้หญิงส่วนมากขี้อาย...ดึงเบาๆ ไม่ขึ้นหรอกครับ...
ทีนี้ลองมาดูวิทยายุทธที่ว่านะครับ...ว่าแต่ละขั้นตอนมีวิธีการอย่างไร

alt  
ชักชวนเริงสวาทผมหมายถึงชวนภรรยาตัวเองนะครับ... ไม่ใช่พอมีอารมณ์ตรงไหน...ก็ชวนสาวใกล้ตัวเริงสวาท...มีสิทธิ์ตาย โดยไม่ต้องขออนุญาต...เพสสัมพันธ์ที่ดีและสมบูรณ์จะต้องมีความรัก เป็นพื้นฐานเสมอ...เมื่อฝ่ายชายมีความต้องการทางเพศ...ก็ต้องสื่อสาร ให้ภรรยาทราบ...ด้วยการพูดคุยและบอกกล่าว...ไม่ใช่บอกด้วยกระแสจิต... แล้วจู่โจม...
การจะชักชวนเธอให้เต็มใจร่วมกิจกรรมสวาทสัมพันธ์...
ต้องเริ่มต้นด้วยความรัก...ความเข้าใจ...สื่อภาษาคำพูดที่นุ่มนวล...หวานหู... ยกย่องชมเชยซึ่งกันและกัน...สถานที่ต้องมิดชิดเหมาะสม...
เริ่มจากการเอาอกเอาใจ...เอื้ออาทร...เอาใจใส่ดูแล...ชงกาแฟให้...ทานอาหารด้วยกัน... อาบน้ำพร้อมกัน...ตัดเล็บให้...เกาหลัง...นวดเฟ้น...หยอกล้อ...หัวร่อต่อกระซิก...สร้างความรู้สึก และบรรยากาศที่ชวนลงทุน...เพื่อเป็นการเตรียมจิตใจให้ทั้งสองฝ่ายเปิดใจต้อนรับซึ่งกันและกัน...
เมื่อจิตใจเปิดรับแล้ว...ก็หาสถานที่ที่เหมาะสม...เป็นที่ลับหูลับตาคน... สะอาดสะอ้าน... นุ่มสบาย...มีกลิ่นหอมรัญจวญใจ...เสียงดนตรีนุ่มนวล ไพเราะรื่นหู...แสงไฟอ่อนสลัวๆ...
ให้บรรยากาศโรแมนติค และเร้าอารมณ์ของทั้งคู่...ให้ตกอยู่ในภวังค์...ลืมสติ...ลืมตัว... ลืมทุกข์โศก...โรคภัย...ลืมหนี้ลืมสินไปชั่วขณะ
กล้ามเนื้อบริเวณปากซอยกามเทพจะแข็งแรงมาก...ถ้าเจ้าของไม่ยินยอมพร้อมใจ... ใครก็เข้าไปไม่ได้...และถ้าฝ่าฝืนจะสร้างความเจ็บปวดให้กับทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก...
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนนี้ว่า...
ผิดที่ผิดทาง
หนุ่มสาวคู่หนึ่งไปเที่ยวงานวัดด้วยกัน...ความใกล้ชิด สนิทสนม กอดเบียด เสียดสีกันในงาน...ทำให้ความรักของทั้งสองเกิดสุกงอมในคืนนี้เอง...
ชายหนุ่มจึงยึดป่าช้าข้างวัด เป็นรังรักเฉพาะกิจ...เพราะเงียบสงบ และเป็นเส้นทางอโคจรของบุคคลทั่วไป...
ปฏิบัติการอันสุนทรตามบัญชาสวรรค์ ก็เริ่มขึ้น...
ผู้ชายน่ะ โอ.เค...แต่ลืมนึกไปว่าฝ่ายหญิง...กลัวผี...
ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังขับเคลื่อนคาร์ดิแลคคันงามเข้าประตูดรงรถของฝ่ายหญิง... สุนัขตัวหนึ่งวิ่งผ่านเหตุการณ์โดยมิได้นัดหมาย...
ฝ่ายหญิงตกใจสุดขีด...สมองสั่งให้กล้ามเนื้อทุกมัดทำงาน...บีบรัดตัวอย่างแรง... ประตูโรงรถปิดตายทันที...
ฝ่ายชายร้องโอด โอย โหยหวน เพราะไม่สามารถ ถอยรถคันงามออกจากโรงรถมฤตยูได้... ถูกบีบรัดเจ็บปวด...เหมือนมีใครเอาหนังสติ๊กมารัดปลายนิ้วไว้...
เดือดร้อนคนที่มาเที่ยวงาน...ต้องช่วยกันหามทั้งสองคนขึ้นรถปิคอัพ...ส่งโรงพยาบาล... ท่ามกลางผู้มาห้อมล้อมเพื่อให้กำลังใจหลายร้อยคน...
การหามก็ต้องหามเป็นคู่...เหมือนข้าวต้มมัด...ขณะหามต้องเอาผ้าผืนใหญ่ๆ มาคลุมไว้... ไม่ให้คนดูเห็นภาพกีฬามันๆ ...
ผมได้แต่นั่งภาวนาว่า...ขออย่าให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับผมเลย...ผมคงทำใจไม่ได้...
ในที่สุดคู่นี้ต้องดมยาสลบ...เพราะฉีดยาชาให้แล้ว กล้ามเนื้อก็ยังไม่คลายตัว...
หอกระตุกขวัญ
อีกเรื่องนะครับ...
นักศึกษาชายมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง...ความรักขยายตัวเต็มที่จนไม่สามารถจะหักห้าม สะกดสะกดใจ ให้หลับใหลเป็นปรกติเหมือนเดิมต่อไปได้...
จึงตัดสินใจปีนหอหญิง...เข้าหาสาวคนรักซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน
สาวเจ้าไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไรนัก...เพราะกลัวว่าเพื่อนร่วมห้องที่ออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยว... จะเข้ามาพบเหตุการณ์สะท้านจิตเข้า...แต่ก็ไม่สามารถต่อสู้กับแรงปรารถนาได้...
ขณะที่กิจกรรมนอกหลักสูตร กำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ...
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...ก๊อกๆๆๆ
กล้ามเนื้อทุกมัดของหญิงสาวทำงานพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย...
ฝ่ายชายไม่สามารถดึงอาวุธประจำกายออกจากฝักได้...
เรื่องที่ควรเป็นความลับของทั้งคู่...ก็เลยรู้กันทั้งมหาวิทยาลัย...
เศร้าจริงๆๆ...
เมื่อเหตุการณ์สงบลง...สาวเจ้าเลยต้องเปลี่ยนชื่อใหม่...เป็นชื่อญี่ปุ่น...เพื่อไม่ให้คนจำได้...ชื่อว่า "อายจัง"...
เห็นไหมครับว่า...ถ้ำคูหาสวรรค์ของคุณผู้หญิงแข็งแรงขนาดไหน...? ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือไม่ศึกษาวิธีใช้ให้ดี...จะเกิดโทษและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ทั้งสองฝ่าย...
คุณผู้ชายจึงต้องใช้เทคนิค...วิธีการที่จะเปิดช่องทางรักนี้...ด้วยรหัสลับที่มีชื่อว่า "การเล้าโลม"
เร้าเส้นประสาทเสียก่อน
เมื่อจิตใจและสถานที่พร้อมแล้ว...เป้าหมายต่อไปคือ ร่างกาย
ถ้ำคูหาสวรรค์มีระบบอัตโนมัติมากมาย... ถ้ารีบร้อน หัวไวใจเร็ว ด่วนได้... มีสิทธิ์เจอ Dead lock...ถึงเสียชีวิต เสียผู้เสียคน เสียศักดิ์ศรีของความเป็นชายได้...
คนไทยเป็นคนมีครู...จะทำอะไรต้องไหว้ครูก่อน... เพื่อเตรียมความพร้อม ดูทางหนีทีไล่... เพื่อวางแผนเผด็จศึก...แต่ในการต่อสู้ของสงครามใต้สะดือ เขาไม่เรียกไหว้ครู...แต่ใช้คำว่า... "รำทวน" ...ก็คือ "การเล้าโลม" นั่นแหละ
การเล้าโลม
การเล้าโลมคือ...การสัมผัส...กอดจูบ...ลูบคลำ...บริเวณอวัยวะที่เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย...
การเล้าโลมที่ถูกต้อง...และใช้เวลานานพอ... จะทำให้โรงงานของคุณผู้หญิงขยายตัวใหญ่ขึ้น เป็น 2-3 เท่าจากขนาดปกติ...
  alt
บริเวณทางเข้าตลอดเส้นทาง...ต่อมอัตโนมัติจะผลิตน้ำหล่อลื่นมาหล่อเลี้ยง... เพื่ออำนวยความสะดวก...เปรียบเสมือนการเตรียมน้ำเตรียมท่าไว้ต้อนรับ... "อาคันตุกะผู้มาเยือน"...ให้ได้รับความสะดวกสบายและราบรื่น...
ในร่างกายของคนเรา...ไม่ได้มีพื้นที่ที่ไวต่อการสัมผัสเหมือนกันทั้งหมดนะครับ... มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น...
เหมือนกับที่ดินในกรุงเทพฯ...แต่ละพื้นที่ราคาไม่เท่ากัน...แถวสีลมก็แพงหน่อย... ขยับออกนอกเมือง...แถวชานเมืองก็ถูกลง...
ผิวหนังของคนเราก็เช่นกัน...มีความไวไม่เท่ากัน พื้นที่ที่มีความไวต่อการกระตุ้นมากๆ เราเรียกบริเวณนั้นว่า... พื้นที่วาบหวิวสยิวเสียว "...หมอเรียกว่า..."Erogenous Zone"
พื้นที่วาบหวิว สยิวเสียว
ทีนี้เราลองมาดูซิครับว่า...มีผิวหนังตรงไหนบ้างครับที่ไวต่อความรู้สึก... และคุ้มค่าต่อการกระตุ้นเพื่อเร้าอารมณ์...
พื้นที่ที่เร้าอารมณ์ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่มีผิวหนังบางๆ เช่น เปลือกตา...ติ่งหู...ซอกคอ...
แต่ถ้าเป็นหัวเข่า...เป็นไงครับ...?
เลียเท่าไรก็ไม่มีความรู้สึก...หยิกยังไม่เจ็บเลย...
เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้สามีมาทำอะไรแถวๆ หัวเข่า...บอกเขาว่าอย่าเสียเวลาเลย... มันไม่คุ้มค่ากับการลงทุนหรอก...หาที่อื่นที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ดีกว่า...
เราลองมาดูพื้นที่วาบหวิว สยิวเสียวในร่างกายของเรานะครับว่า...มีส่วนไหนบ้าง...?
เริ่มต้นที่หน้าผาก...แก้ม...ใบหู...ขอบหู...ติ่งหู...สัมผัสเบาๆ ด้วยริมฝีปาก แค่นี้พอแล้ว...วาบหวิวแล้ว...
บางคนไม่สะใจ เอาลิ้นล้วงเข้าไปในรูหู...ไม่รู้จะล้วงเข้าไปหาขุมสมบัติอะไร...?
ต่อมาก็ ริมฝีปาก...แก้ม...ใบหน้า...คาง...ซอกคอ...แขน...เนินหัวไหล่...
เวลาบรรยาย...พูดถึงเนินหัวไหล่...พูดผิดบ่อย...เผลอปากเรียกเป็นเนินหัวเหน่า...
เผลอบ่อยครับ...บางทีอธิบายเรื่องช่องปาก...เรียกกระพุ้งแก้มเป็นอุ้งเชิงกราน...ก็เคย...
บริเวณเนินหัวไหล่จะสยิวมากครับ...ใต้ท้องแขน...รักแร้...โดยเฉพาะรักแร้นี่ไวมากครับ... แต่อาจได้รับรสชาติของสาเหร่ายทะเลเป็นของแถม...บางครั้งมีเส้นผมติดฟันมาด้วย... อันนี้ลงทุนมากไปนะครับ...ไม่แนะนำให้ทำทุกวัน...
ต่อมาก็ หน้าอก...เต้านม...หัวนม...หัวนมเป็นจุดที่คุ้มค่าแก่การลงทุนเป็นอย่างยิ่ง... เพราะไวต่อการกระตุ้นมาก...บางคนถึงกับบิดตัวและมีเสียงครางเบาๆ...
ต่อมาก็...สีข้าง...หน้าท้อง...สะดือ...บริเวณรอบสะดือ...รู้จักสะดือไหมครับ...?
มีนักเขียนขี้เล่นให้คำจำกัดความของสะดือว่า...สะดือเป็นพืชตระกูลเดียวกับสะเดา... ถ้าเอาลิ้นเลีย...จะมีรสเค็มปะแล่มๆ ผมไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่า...? ใครอยากรู้ก็ทดลองดู...
ต่อจากนั้นคณะสำรวจก็เคลื่อนต่ำลง...ไปถึงหน้าท้องน้อย...ก็จะพบจตุรัสรัก... ซึ่งเข้าใจว่าเป็นญาติกับ...จตุรัสเทียนอันเหมิน...แต่มีรูปร่างที่ต่างกัน
บริเวณจตุรัสรักนี้...ทุกจุดที่สัมผัสเจ้าของจะรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว... เพราะเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาท...โดยเฉพาะไข่มุกอันดามัน...ไวต่อการสัมผัสสูงสุด... ถ้าสัมผัสนุ่มนวลและใช้เวลานานพอ...คุณผู้หญิงจะสามารถถึงจุดสุดยอดได้...
ต่อมาก็...ขาอ่อน...ขาด้านใน...ข้อพับ...ข้อพับก็เป็นบริเวณที่ไวมาก...หน้าแข้ง...น่อง... หลังเท้า...ซอกนิ้วเท้า...ถ้ายังไม่สะใจ...ต้องการตื่นเต้นมากกว่านี้...ก็แนะนำที่ฝ่าเท้าครับ... ก่อนจู่โจมพิสูจน์ความสะอาดก่อนนะครับ...
คุณผู้ชายที่น่ารักครับ...ได้หน้าแล้วอย่าลืมหลัง...ผมหมายถึงด้านหลังนะครับ... ไม่ใช่ประตูหลัง...พื้นที่ด้านหลังก็มีความไวต่อการเร้าอารมณ์ไม่ต่างกัน... อย่าปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า
ไล่ตั้งแต่ ต้นคอ...แผ่นหลัง...ร่องหลัง...ใช้มือลูบเบาๆ ตลอดแนวกระดูกสันหลัง... จะให้ความรู้สึกวาบหวิวและจั๊กจี้เล็กน้อยมีอาการขนลุก...กระเบนเหน็บ... แก้มก้นและสัมผัสเบาๆ ที่ก้นย้อย... เท่านี้ก็จะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกวาบหวิว เสียวซาบซ่าไปทั้งตัวแล้วครับ...
G-spot
ทุกอย่างในโลก...ล้วนมีเส้นทางลัดนำไปสู่ความสำเร็จเสมอ...การเล้าโลมเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศก็เช่นกัน... คุณหมอท่านหนึ่งค้นพบจุดสำคัญที่เป็นเส้นทางลัดนี้...โดยตั้งชื่อว่า "G-spot"
สถานที่ตั้ง...อยู่บริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ด้านบน (ในท่านอน)... ลึกเข้าไปประมาณ 1-2 ข้อนิ้วมือ... มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อหนาๆ เป็นลอนๆ สากๆ...เป็นคลื่นเล็กน้อยถึงปานกลางคล้ายเพดานปาก
จุดนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงแหล่งที่ 2...เราเรียกว่า... "Entertainment Complex" ไปที่ไหนไม่สนุกสะใจ...มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง...
ใช้ปลายนิ้วกลางสัมผัสเบาๆ...จะมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย...ให้ความรู้สึก วาบหวิว ซาบซ่า... ยิ่งกว่าดื่มอาร์ซีซะอีก...
เป็นเสมือนคันเร่งของรถยนต์...ทำหน้าที่เร่งความเร็วของอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชติช่วงชัชวาล... ทันอกทันใจผู้นิยมความเร็วทั้งหลาย...
ภาวะดังกล่าวทำให้มีน้ำหล่อลื่นออกมามาก อาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ถ้าสัมผัสให้นานพอ...จะทำให้คุณผู้หญิงถึงสวรรค์โดยไม่รู้ตัว...
เมื่อประเทศชาติมีปัญหา...รัฐบาลก็ใช้มาตรการ... "กระตุ้นเศรษฐกิจ"...
เพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตคู่มีปัญหา...ผมเสนอให้ใช้มาตรการ... "กระตุ้น G-spot"...
คุณผู้หญิงอย่าเสียสิทธิ์
การเล้าโลม และการโรมรัน...ไม่ได้สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น...คุณผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกัน... สามารถเล้าโลมให้คุณผู้ชายได้เหมือนกัน...
คุณผู้ชายร้อยทั้งร้อย...จะชอบและติดอกติดใจเป็นอันมาก...แต่ไม่กล้าพูดไม่กล้าเอ่ยปาก... เพราะโดยปกติแล้วคุณผู้ชายส่วนใหญ่เป็นคนเคารพเมีย...
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...เพื่อความรัก และความอยู่เย็นเป็นสุขของครอบครัว... คุณผู้หญิงต้องใช้สิทธิ์ของตัวเองให้ครบถ้วนนะครับ...
เพราะถ้าคุณไม่ใช่สิทธิ์ที่มีอยู่...คนอื่นที่คุณไม่ปรารถนาจะมาใช้สิทธิ์แทนคุณ... เมื่อนั้นครอบครัวจะมีปัญหา...
บางคนถามว่าไม่เคยทำ...จะเริ่มต้นยังไงดี...?
ง่ายมากครับ...ก็เริ่มต้นเหมือนกับที่คุณผู้ชายเขาทำนั้นแหละครับ...เดินตามได้ทุกสเต็ปเลย... พียงแต่ขั้นตอนสุดท้ายต้องเปลี่ยน...ให้สังเกตเวลาคนแก่กินกล้วย...คนแก่ที่ไม่มีฟันน่ะครับ... จะใช้ริมฝีปากเม้มและเอาลิ้นดุนๆ...
นั้นแหละครับคือวิธีที่ถูกต้อง...ข้อสำคัญอย่าให้โดนฟัน นะครับ...
มือที่อยู่ว่างๆ...ก็ลูบไล้ลูกกอล์ฟเล่นแก้เซ็งไปพร้อมกัน...
เพียงแค่นี้คุณผู้ชายก็หนีไปไหนไม่รอดแล้วครับ...อยู่ในกำมือของคุณผู้หญิงโดยสิ้นเชิง... จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด...เรียกว่า... "รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ"
สาเหตุที่สามีไปติดหมอนวด หรือหญิงบริการ...ส่วนใหญ่เพราะได้รับการบริการที่ประทับใจอย่างนี้...
ทำไมจึงต้องเล้าโลม
โดยปกติคุณผู้หญิงจะเป็นพวกไฟฟ้าแรงต่ำ... ความไวต่อความรู้สึกทางเพศช้า...
เพราะขนบธรรมเนียม...ประเพณี...วัฒนธรรม...และความเชื่อตามคำสอนที่บอกต่อๆ กันมา ว่า...เรื่องเพศสกปรก...หยาบคาย...น่ารังเกียจ...เป็นเรื่องที่ผู้หญิงเสียเปรียบ...
เวลาจะมีความสัมพันธ์ทางเพศ...คุณผู้หญิงจึงรู้สึกเหนียม...อาย...เก้อ...เขิน...
ต้องใช้เวลานาน...ในการทำใจ...และเตรียมความพร้อม...
อวัยวะเพศของคุณผู้หญิง...เป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรง...ในภาวะปกติจะหดตัวและแห้ง... ถ้าไม่ได้รับการเล้าโลมที่นา
Dec. 13, 2007 16:06 - 6 comments - [ post comment ]

ฮ้ออ๐๐ๆๆๆ   ชีวิตของพนักงานออฟฟิศ  วันๆ แต่ละวันน่าเบื่อ ๆๆๆๆ  อย่างงี้แหละพนักงานกินเงินเดือนเค้า

แต่ถ้าเราทำงานที่เราคิด ทำอยู่ขณะนั้น ให้มีความสนุก และความสุข ความน่าเบื่อจะค่อยๆหมดไปนะคับ alt


50 วิธี

ผ้าใบวาดรูปเปล่า ๆ มันดูจะน่ากลัว แล้วเราควรจะเริ่มกับมันยังงัยเรามีวิธีแนะนำที่จะให้อยู่จับความคิดใส่ลงไป

1.ใส่ภาพเล็กที่มีความละเอียดน้อยลงไปก่อน เมื่อจะใช้ภาพในให้ใส่ภาพที่มีความละเอียดสูงเข้าไป2.การเปรียบเทียบ เชิงอุปมาอุปมัยว่า
หัวข้อ และการอุปมาอุปมัยสิ่งที่ดีสำหรับไอเดียและฉันก้อพยายามที่จาพัฒนาไอเดีย จากการมองแบบประสบการณ์หรือสิ่งใกล้ตัว
อีกทั้งมุมองของการออกแบบ อย่างการจัดระบบสีและรูปแบบของโครงสร้าง ถ้าคุณเจอเข้ากับหัวข้อที่เหมาะกับคุณนั้นคือโอกาสของคุณเลย

3.จากคำสู่ภาพ
เมื่อฉันได้รับมอบหมายหน้าที่ สิ่งแรกหน้าที่ฉันจะทำคือการอ่านมันและขีดเส้นใต้วลีที่สำคัญ แล้วก้อจาวาดรูปเล็ก ๆ ประกอบลงไปเพื่อหา
เอกลักษณ์หรือหาประเด็นของเนื้อหาของมัน

4.ฉันจะแนะนำการดำเนินงานด้านแบรน ก็เหมือนการออกแบบสมาคมธุรกิจ ความคิดแบรนนั้นสำคัญ มันเป็นกำลังใจให้คุณพัฒนา
ไอเดียให้มองเห็นภาพได้ชัดมากขึ้นหรือช่วยพัฒนาในการหาจุดเล็ก ๆ ที่มันซ่อนอยู่ในไอเดียของคุณและทำให้มันง่าย เพราะถ้าทำให้
ซับซ้อนเกินไปเราก้อจะไม่สามารถทำงานได้

5.เมื่อระดมความคิดแล้วสรุปให้สั้น เมื่อมีไอเดียแล้ว มันจำเป็นที่จะย่อให้สั้นและกระทัดรัดเมื่อแวดล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงาน แต่ความลับ
คือเก็บความคิดแต่ละคนจดไว้ถ้าเป็นไปได้ ประชุมกันเยอะ ๆ ดีกว่าที่จะมานั่งคนเดียว

6.ใช้สมุดสเก็ต โดยปกติแล้วฉันจาเขียนไอเดียหรือวางแผนในสมุดเอสี่ ที่ฉันนำติดไว้ด้วยตลอดเวลา ทุกไอเดียจาอยู่ในนั้นและไอเดียเหล่านั้น
ก้อจาถูกนำมาใช้

7.หนีห่างจากหน้าคอม
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการนั่งอยู่หน้ากระดาษวาดภาพเปล่า ๆ บนหน้าจอ เดินออกไปจากเก้าอี้และใช้เวลาสัก สิบนาทีสูดอากาศสดชื่น

8.เข้ารวมอภิปรายปัญหา
ถ้ามีเพื่อนเป็นนักออกแบบ เป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว ให้ลองพูดคุยหรือถกปัญหาเกี่ยวกับงานศิลปะดู มันจาทำให้ไอเดียโลดแล่นมากขึ้น

9.อาบน้ำ
ฉันคิดไอเดียได้มากเวลาอาบน้ำ ไอเดียดี ๆ มักจะออกมาพร้อมกับฟักบัวเสมอ

10.นำงานของคุณเก็บเข้าบัญชีไว้เพราะคุณอาจจาต้องการมันมันใช้ในงานของคุณและมันอาจจะสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น
ภาพถ่าย ภาพ งานทรีดี หรือชาร์ต หรือ ไดอแกรม ก็ตาม

การฝึกฝนคือสิ่งที่ดีที่สุด

11.เก็บไว้ใน library
เมื่อทำงานด้วยไฟล์แฟลต ฉันจาให้ความสนใจกับเลเยอร์แล้วก้อเรื่องของซิมโบ และทุกครั้งฉันจาเก็บงานไว้ใน library ที่จาเก็บ
timers, loopers, buttons, code snippets and symbolsฉันใช้มันทุกครั้ง และทำให้งานเสร็ดได้ไหวขึ้น

12 WEB STANDARDS
เมื่อออกแบบเว็บไซด์ คุณสามารถ save load จาก Firefox เช่น พัฒนาเว็บ HTML Validator and Fangs
จะช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้น

13.มั่นเข้าเว็บบ้าง เช่น pixelsurgeon.com หรือ designiskinky.com และก้ออ่าน Computer Arts อย่าเพียงแต่ดูงานของคนอื่น
คุณควรรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมหรือก้าวให้ทันทางด้านซอฟแวร์ อย่าทำตัวล้าหลังเหมือนที่นักออกแบบคนอื่นทำกัน และอย่าทำเพียง
แค่ตามกระแส 14.ทำให้ง่ายเข้าไว้
ทำงานให้ง้ายเข้าไว้ และไม่ซับซ้อน

15.บันทึกสิ่งที่ทำ
ถ้าใช้Photoshop บ่อย ๆ มันจำเป็นมากที่บันทึกสิ่งที่เราทำไว้ ฉันแค่เรียนรู้เทคนิดอันนี้มันทำให้ประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว

16.เชฟแล้วก้อเซฟ เซฟ
เชฟงานเสมอทุกครั้งที่กำลังทำถ้าเป็นไปได้ 17.ให้ลูกค้าเปลี่ยน ขนาดหรือฟอลแมตในครั้งสุดท้าย และอย่าflatten layers ใน
Photoshop จนกว่างานจะเสร็จ

18.ไม่มีการเรียกร้องโดยไม่รับการอนุญาติจากหัวหน้า

19.ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกการเจอปัญหากับลูกค้าที่ไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับนักออกแบบเว็บต้องค่อนข้างมีความ
แน่นอนทางด้านกระบวนการ ถึงแม้ว่างานนั้นจะลำบากแค่ไหน คุณต้องทำงานให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกแล้วคุณจะมั่นใจได้ว่าจะได้รับ
งานจากลูกค้าคนเดิม20.ฝึกไว้ให้สมบูรณ์แบบงานที่มากก้อต้องใช้เวลากับโปรแกรมมากมันจะทำให้คุณเณ้วขึ้นและมีประสิทธิภาพ
มากขึ้นคุณไม่ได้เพียงเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดและมันจาช่วยให้งานมีคุณภาพมากขึ้น

ทักษะทางด้านซอฟแวร์

คนทำงานที่ไม่ดีจะโทษเครื่องมือของเค้า ต้องแน่ใจว่าซอฟแวร์ของคุณทำงานให้ตุณและไม่ได้ต่อต้านคุณ

21.ฝึกใช้ ALPHA CHANNELS ใน PHOTOSHOP22.ซื้อแรมเพิ่มให้มากที่สุดถ้าเป็นไปได้ เพราะการทำทำงานต้องใช้แรมจำนวนมาก
ตั้งแต่งานเล็กจนถึงงานช้าง

23. .ฝึกใช้ GRADIENTS ใน PHOTOSHOP

24.แยกเลเยอร์ให้เยอะ เกิดความผิดพลาดจะได้แก้ง่าย ๆ

25 ปรับ Opacity ให้น้อยลง และเพิ่ม Gaussian Blur แล้วรวมเข้าด้วย Clipping Mask ใน Illustrator จะได้ airbrush ที่ใน PHOTOSHOP ทำไม่ได้

26.อย่าใช้ GRADIENTS สีดำไล่ไปสีเขียวใน flash เพราะมันดูน่าเกลียด

28.ใช้เทคนิค vector imageแทนLayer Group colours และ Shy Layers

29.การใช้ filters หรือ effects เฉย ๆ อาจจะดูง่ายไป ลองใช้ filters หรือ effects ดูแล้วปรับเปลี่ยนให้ดูแปลกตาไม่เหมือนใครมากขึ้น

30.คิดบนกระดาษ ให้คิดไอเดียแล้วเขียนลงบนกระดาษ แล้วสแกนออกมาแล้ว เทคนิคของฉันที่คิดด้วยปากกาและกระดาษเป็นอย่างแรก แล้วถึงใช้คอมพิวเตอร์
มันจะช่วยให้งานมีน้ำหนักมากขึ้น

งานและกลเม็ดput the cherry on top

สายตาคุณเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะตรวจสอบงานและรายละเอียด และระหว่างชิ้นงานที่ดีและดีเยี่ยม คุณจะเรียนรู้อย่างไรที่จะเก็บผลงานที่ดีเยี่ยม

31.เดินออกไป ฉันดูว่างานฉันมันเสร็จสมบูรณ์แล้วและฉันก้อจากมันไปทั้งวันถ้าฉันทำได้ บางครั้งเวลามันก้อทำให้บางสิ่งมันเสร็จสมบูรณ์เอง
แล้วฉันจะเห็นข้อผิดพลาดของงานแล้วจะกลับไปแก้อีกครั้ง

32. ACROBATICSตรวจงานให้ละเอียดทุกครั้งใน Adobe Acrobat Professional

33.ลองให้คนอื่นดูงานของเราเพราะบางทีสายตาของเค้าอาจจะเห็นได้ละเอียดกว่าเรา

34.กลับไปดูสิ่งที่เราจดไว้กับสิ่งที่เราคิด ตรวจว่าเราพบอะไรอยู่ในงานที่สำเร็จ

35.พอคือพอ
มันสำคัญมากเมื่อรูว่าทำเสร็จ แล้วเมื่อไหร่ควรหยุด มันเสี่ยงเกินไปที่จะทำมันไปเรื่อย ๆ

36.การปริ้นงานที่ดีเป็นดีที่ดีเยี่ยม เมื่องานออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ มีหลายคนที่ต้องทำงานไม่สำเร็จกับโลกของดิจิตอล

37.เพิ่มพื้นผิว
ฉันใช้ความรู้สึกมาใส่ในงาน พื้นทำให้เรารู้สึกได้และมันทำให้งานออกมาสมบูรณ์มากขึ้น แต่มันเป็นแค่เทคนิคส่วนตัวของฉัน

38.การเตรียมพร้อม เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องที่จะใช้งานและพยามเรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณและงานของคุณ แน่ใจว่างานคุณจะไม่เสียหาย

39.การเพิ่มเงา
การเพิ่มเงาทำให้ดูเป็นวัตถุมากขึ้น และทำให้งานดูดีเป็นเงางาม

40.ตรวจสอบงานว่าถูกต้อง งานที่คิดว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วให้ถอยหลังกลับไปดูจนกว่าคุณจะรู้สึกขยาด ตรวจทุกความละเอียดของมัน
ลดหรือเพิ่ม effect บางตัว

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

การเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด 10สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงเมื่อทำงานกับลูกค้า

41.อ่านแล้วอ่านอีกเมื่อคุณเขียนอีเมล อย่าได้ใส่ที่อยู่จนกว่าจะแน่ใจจิง ๆ ว่าถูกต้องให้กลับไปอ่านว่าคุณเขียนอะไรลงไปสักสองครั้ง
มีคนจำานวนมากที่กลัวกับการส่งเมลไปใครสักคน กับในสิ่งที่พวกเค้าไม่ต้องการส่งอย่าให้เป็นคุณเลย เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะยกเลิกส่ง
การส่งเมล

42.อย่าไว้ใจให้คอมตรวจคำผิดอย่าไว้ใจให้เครื่องของคุณตรวจคำผิด ทุกครั้งฉันจะตรวจอย่างระมัดระวัง แล้วหาใครสักใครมาตรวจ
อีกครั้ง เพราะว่าคุณอาจจะเป็นญาติห่าง ๆ กับคอมก้อได้

43.การทำงานกับลูกค้าทุกคนรู้ที่จะคิดนอกกล่องความคิด แต่ในวงกลมของความคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่ดีเยี่ยมอย่างแท้จริงมาจากการค้นหา
วิธีแก้ปัญหาข้างในกล่องที่ลูกค้าสร้างขึ้น อย่ามองเพียงแต่ปัญหาภายนอก แต่ต้องมองที่ล่องรอยของปํญหาและแก้มัน คือให้เรามอง
ที่ปัญหาอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ผิวเพิน

44.ให้เราเลือกงานที่จะรับ ให้เราเลี่ยงงานที่เราไม่สามารถทำได้ เลือกงานของลูกค้าเหมือนที่ลูกค้าเลือกคุณ

45.อย่าคิดเอาเองในสิ่งต่าง ๆ

46.แสดงถึงการกระทำของคุณฉันเคยได้ทำงานกันลูกค้าแฟชั่นแบรนประมาณ 2-3 ราย เมื่อไม่นานมานี้ และ พวกเค้าก้อดูเหมือนเป็นลูกค้า
ที่ดีที่สุดในโลก แต่ ฉันคิดว่าถ้าคุณจาเตรียมเหตุผลดี ๆ สำหรับสิ่งที่คุณทำและอาจจาเตรียมวิธีแก้ปัญหาไว้ให้มากๆ เพื่อความต้องการของ
พวกเค้า เพราะคุณจะเป็นฝ่ายที่ควบคุเค้า

47. Design history.ฉันไม่เคยประสบปัญหาอะรัยทั้งนั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันทำอยู่เสมอคือการ แบลคอัพ ไฟล์ไว้ เก็บไอเดียต้นฉบับของคุณ
ไว้เพราะคุณอาจจะต้องใช้มัน บางทีคนเราก้ออาจจะเปลี่ยนใจได้ง่าย ๆ พอ ๆ กับเปลี่ยนกลับมาใช้อันเดิม

48. เวลาทำงานกับลูกค้า ให้เราอยู่เหนือความคิด คือเวลาขายงานต้องทำให้เค้ายอมรับเราให้ได้

49.เมื่อทำงานกับลูกค้าใหม่ ๆ ต้องเปลี่ยนมุมมองของตัวเองหรือว่าเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เกี่ยวข้องในสิ่งที่ทำ

50.เวลาจะตอบโจทย์อะไรสักอย่างให้คำนึงถึงโจทย์นั่น แล้วต้องตอบให้ตรงประเด็น

ห่าาาา ทำงานออกแบบมาเป็น ปี ยังออกแบบความรักตัวเองไม่ได้ซักที  -อ้วกกกกกกก-  5555


Nov. 26, 2007 17:00 - 2 comments - [ post comment ]
ทำเว็ปได้ดูดีึขึ้นอันเก่าทำสีดำตัดส้ม อันนี้ดีกว่านะ เรียบๆ แต่สวย เก่งเพื่อน .... เบื่อๆ อ่ะ ทำงานที่นี่งาน แ..่.ง ไม่มีอะไร ให้ Create เลย
ต้นปีหน้า ไปเรียนโท ทำงาน กับ น้าที่ออส แล้วเน้อออออ   ....  ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆคน คับ เจ้าของเว็ป โสดคับ promote ให้ หึหึหึ